PLAN

วางแผนอย่างมีระบบ อาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน More »

DO

ปฏิบัติตามแผนที่กำหนด และปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ More »

CHECK

ประเมินการทำงานว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่ และมีการปรับเปลี่ยนแผนตามสถานการณ์ More »

ACTION

มีปัญหาหรือ ความบกพร่อง แล้วลงมือแก้ไข และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น More »

This is default featured slide 5 title

You can completely customize the featured slides from the theme theme options page. You can also easily hide the slider from certain part of your site like: categories, tags, archives etc. More »

 

การควบคุมจำนวนลูกน้ำยุงลายโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแกเปะ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์

xx

การควบคุมจำนวนลูกน้ำยุงลายโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแกเปะ อำเภอเมือง  จังหวัดกาฬสินธุ์

 

ที่มาและความสำคัญของปัญหา

โรคไข้เลือดออกเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สำคัญโรคหนึ่งของประเทศไทย  จากข้อมูลทางระบาดวิทยาของโรคไข้เลือดออกในประเทศไทยจากปี พ.ศ. 2501 จนถึงปี พ.ศ. 2553 พบว่าโรคไข้เลือดออกได้มีการระบาดของโรคอย่างรุนแรงในหลายรอบีที่ผ่านมา และ จังหวัดกาฬสินธุ์เองก็ มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกในทุกๆปี เช่นกัน ในปี 2545 พบผู้ป่วย จำนวน 2,212 คิดเป็นเป็น 252.90 ต่อแสนประชากร ผู้ป่วยเสียชีวิต จำนวน 2 ราย คิดเป็น  0.22 ต่อแสนประชากร (งานระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์, 2545 : 1)  จะเห็นได้ว่า อัตราป่วยของจังหวัดกาฬสินธุ์สูงกว่าเกณฑ์ที่กระทรวงกำหนด คือ 50 ต่อแสนประชากร และอัตราตาย ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กระทรวงกำหนด คือ 0.15

ตำบลเชียงเครือ เป็นตำบลหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ที่มีปัญหาโรค

ไข้เลือดออกระบาดในพื้นที่ ซึ่งจากข้อมูลด้านระบาดวิทยาของโรคไข้เลือดออกในตำบลเชียงเครือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542-2553  พบว่า อัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกยังสูงกว่าที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดโดยมีอัตราป่วยเป็น 50.7, 12.7, 63.4, 152.1, 50.7 และ 0.0, 0.0, 0.0, 213.6,0,0,0   ต่อประชากรแสนคนในปี พ.ศ. 2542–2553    ตามลำดับ   ถึงแม้ว่าทาง รพสต.แกเปะ และ รพสต. เชียงเครือ   ตำบลเชียงเครือ    ซึ่งเป็นสถานบริการ สาธารณสุขที่รับผิดชอบในพื้นที่ตำบลเชียงเครือจะมีการดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกตามแผนงาน/โครงการต่างๆไม่ว่าจะเป็น   ทางกายภาพ    ที่มีการรณรงค์ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายโดยการทำลายภาชนะที่ไม่ใช้แล้วและมีน้ำขัง ทางชีวภาพโดยการปล่อยปลากินลูกน้ำ ทางเคมีภัณฑ์โดยการพ่นหมอกควันและใส่สารเคมี คือ ทรายอะเบท รวมไปถึงการให้สุขศึกษาประชาสัมพันธ์   จากทางใบปลิว   หอกระจายข่าว   แผ่นพับ   โปสเตอร์   ก็ไม่สามารถที่จะควบคุมค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายในพื้นที่ให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจได้ เนื่องจากขาดการร่วมมือร่วมใจจากประชาชนในชุมชน และบางส่วนยังขาดความตระหนักถึงปัญหาในพื้นที่

ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนมีพฤติกรรมด้านสุขภาพที่ถูกต้อง และการส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออกตั้งแต่กระบวนการการรับทราบปัญหา  การวิเคราะห์ปัญหา  การวางแผนแก้ไขปัญหา  คิดค้นกลวิธีการแก้ไขปัญหา   ตลอดจนประเมินผลและปรับปรุงกลวิธีการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขในหมู่บ้านด้วยตนเอง ก็จะทำให้ประชาชนได้ตระหนักถึงพิษภัยของโรคและร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกในหมู่บ้านของตนเองได้ รพสต.แกเปะจึงได้คิดกลวิธีการควบคุมโรค ดังนี้

กรอบแนวคิดในการดำเนินการ

 

 

 

การดำเนินการ/ปฏิบัติ(Action)

ขั้นตอนที่ 1. จัดประชุมแกนนำชุมชน ซึ่งประกอบด้วย ผู้ใหญ่บ้าน  อสม. แกนนำกลุ่มเยาวชน แกนนำกลุ่มสตรีและกลุ่มผู้สูงอายุ หมู่ละ 5 คน รวมทั้งสิ้น 30 คน เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์โรค  สาเหตุของปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหาโรคในพื้นที่ โดยใช้กระบวนการ AIC  โดยที่ประชุมได้มีมติ ที่สำคัญ ดังนี้

- กำหนดให้ปัญหาโรคไข้เลือดออก เป็นปัญหาที่สำคัญของตำบลเชียงเครือ เนื่องจาก เป็นเป็นหาที่ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูงในการแก้ไขปัญหา

- การดูความสำเร็จของการดำเนินงานไข้เลือดออกในพื้นที่ หมู่ที่ 5-10 ตำบลเชียงเครือ จะพิจารณาจากค่าความชุกของลูกน้ำยุงลาย (BI)ต้องน้องกว่า 10

- ต้องให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานทุกขั้นตอนการดำเนินงานแก้ไขปัญหา และมีการประชุมชี้แจงให้ประชาชนในหมู่บ้านได้รับทราบ

- ชุมชนต้องมีระเบียบ ข้อตกลงร่วมกันของชุมชนในการแก้ไขปัญหาไข้เลือดออก

ขั้นตอนที่ 2 ที่ประชุมได้จัดทำแผนงานโครงการแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออกในพื้นที่เพื่อขอรับการสนับสนุนการดำเนินงานจากกองทุนสุขภาพตำบลเชียงเครือ หมู่บ้านละ 15,000 บาท

ขั้นตอนที่ 3 ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนสุขภาพตำบลเชียงเครือ ได้อนุมัติให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออก หมู่บ้านละ 15,000 บาท

ขั้นตอนที่ 4 จัดให้มีการจัดประชุมประชาคมเพื่อแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ เป็นรายหมู่บ้าน จำนวน 6 วัน(หมู่บ้านละ 1 วัน) และมีกิจกรรมย่อยๆ ดังนี้

1.ให้ อสม.ที่รับผิดชอบแต่ละหลังคาเรือนเป็นผู้แจ้งให้หัวหน้าครัวเรือน หรือตัวแทนครัวเรือนเข้าร่วมประชุมประชาคมตามวัน เวลา และสถานที่ที่แต่ละหมู่บ้านกำหนด

2.กำหนดให้ผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่บ้าน เป็นประธานในที่ประชุม และประธาน อสม.ทุกหมู่บ้าน หรือผู้ที่ประธาน อสม.มอบหมายเป็นเลขานุการที่ประชุม

3.เจ้าหน้าที่ของ รพสต.แกเปะให้ความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออก และกลวิธีการควบคุมลูกน้ำยุงลายในชุมชน

4. เจ้าหน้าที่ ของ รพสต.แกเปะ นำที่ประชุมเข้าสู่กระบวนการหาสาเหตุของการเกิดโรคไข้เลือดออกในหมู่บ้าน/การที่ลูกน้ำยุงลายในหมู่บ้านมีค่าความชุกเกิน 10 (BI> 10 )ทุกครั้งที่มีการสุ่มสำรวจ โดยใช้เครื่องมือแผนที่ทางความคิด(Mindmap) ในประเด็น”สาเหตุของการเกิดไข้เลือดออก/การที่ลูกน้ำยุงลายในหมู่บ้านเรามีจำนวนมาก” และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้แสดงความคิดเห็น และมีเจ้าหน้าที่ของ รพสต.แกเปะเป็นผู้สรุปประเด็น

5.เจ้าหน้าที่ ของ รพสต.แกเปะ นำที่ประชุมเข้าสู่กระบวนการหากลวิธีการแก้ไขปัญหาไข้เลือดออก/กลวิธีการลดปริมาณลูกน้ำยุงลายในหมู่บ้าน โดยใช้เครื่องมือแผนที่ทางความคิด(Mindmap) ในประเด็น”แนวทางการแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออก/แนวทางการควบคุมลูกน้ำยุงลายในหมู่บ้านของเรา” และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้แสดงความคิดเห็น และมีเจ้าหน้าที่ของ รพสต.แกเปะเป็นผู้สรุปประเด็น

6 .เจ้าหน้าที่ ของ รพสต.แกเปะ นำที่ประชุมเข้าสู่กระบวนการหาข้อตกลง/กฎกติกาของหมู่บ้านในการแก้ไขปัญหาไข้เลือดออก โดยใช้เครื่องมือแผนที่ทางความคิด(Mindmap) ในประเด็น”แนวทางการดำเนินการเมื่อหลังคาเรือนนั้นๆไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง” และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้แสดงความคิดเห็น และมีเจ้าหน้าที่ของ รพสต.แกเปะเป็นผู้สรุปประเด็น

7. เจ้าหน้าที่ รพสต.แกเปะสรุปประเด็นการประชุมทั้งหมดให้ที่ประชุมรับทราบ และจัดทำบันทึกข้อตกลง(MOU ) ระหว่างคณะกรรมการหมู่บ้าน และหัวหน้าครัวเรือนในหมู่บ้านเก็บไว้ที่สุขศาลาประจำบ้าน

ขั้นตอนที่ 5  ประชาสัมพันธ์ข้อตกลงของหมู่บ้านผ่านหอกระจายข่าวของหมู่บ้าน และผ่านสื่อบุคคลเช่น อสม., แกนนำครัวเรือนที่เข้าร่วมประชุม

ขั้นตอนที่ 6 ประชาชนในหมู่บ้านดำเนินการรณรงค์ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในหมู่บ้านทุกวันเสาร์ตามข้อตกลง และมี อสม.ติดตามให้คำแนะนำ

ขั้นตอนที่ 7 อสม.ดำเนินการสุ่มสำรวจและประเมินความชุกลูกน้ำยุงลายเดือนละ 1 ครั้งในวันประชุมประจำเดือน และนำส่งผลการประเมินให้ รพสต.แกเปะทุกเดือน และทำการปรับหลังคาเรือนที่พบลูกน้ำตามข้อตกลงของหมู่บ้าน ดังนี้ ประชาชนทั่วไป 10 บาท/หลังคาเรือน  บ้านผู้นำชุมชน อสม. 20 บาท/หลังคาเรือน

ขั้นตอนที่ 8 อสม.นำเสนอผลการสุ่มสำรวจลูกน้ำในหมู่บ้านตนเองต่อที่ประชุม อสม. และนำเสนอแนวทางการดำเนินงานควบคุมลูกน้ำในหมู่บ้านของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหมู่บ้านต่อที่ประชุม อสม.ระดับตำบลทุกเดือน

ขั้นตอนที่ 9 อสม.ดำเนินการสุ่มสำรวจลูกน้ำในหมู่บ้านอื่นโดยการประเมินไขว้หมู่บ้านทุก 3 เดือน และนำเสนอต่อที่ประชุม อสม.ระดับตำบล

 

 

ผลที่เกิดขึ้น (Result)

1.ผลการสุ่มประเมินลูกน้ำยุงลายในหมู่บ้านโดย อสม.ผ่านเกณฑ์ ( BI< 10 ) ทุกหมู่บ้าน ทุกเดือน

ค่าดัชนีความชุกลูกน้ำยุงลาย(BI)บ้านแกเปะ หมู่ที่ 5-10 ตำบลเชียงเครือ ปี 2554 รายเดือน

หมู่ที่

ชื่อบ้าน

มค.

กพ.

มีค

เมย.

พค.

มิย.

5

แกเปะใหญ่

8.5

8.7

7.9

8.3

7.4

9.8

6

แกเปะน้อย

8.9

9.3

8.1

7.9

9.2

9.2

7

แกเปะ

9.3

9.8

9.7

7.7

8.7

8.8

8

แกเปะใต้

7.6

9.5

8.2

9.4

8.8

7.6

9

แซงอุดม

9.7

8.4

9.9

9.8

7.9

9.4

10

แกน้อย

9.8

8.8

8.8

8.7

5.7

9.1

 

2. รพสต.แกเปะ ตำบลชียงเครือผ่านการประเมินความชุกลูกน้ำยุงลาย ที่ประเมินโดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์มาแล้ว 2 รอบ

3.อัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ = 23.32 ต่อแสนประชากร(ผู้ป่วย 1 ราย และจากการสอบสวนโรคคาดว่าแหล่งโรคน่าจะอยู่นอกพื้นที่)

4.อัตราการใช้ทรายอะเบทในพื้นที่ลดลงจากเดิมปีละ 6 ถัง และยังไม่มีการใช้ทรายอะเบทในพื้นที่เลยตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2554

 

 

การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้

    การนำเสนอระดับ CUP  

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแกเปะ ได้มีการนำเสนอการควบคุมจำนวนลูกน้ำยุงลายโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ต่อคณะกรรมการจัดการความรู้หน่วยบริการปฐมภูมิเมืองและกิ่งดอนจาน  2 ครั้งและได้รับการคัดเลือกเป็น Best Practice ตัวหนึ่งในด้านการควบคุมโรคไข้เลือดออกของ CUP เมืองและกิ่งดอนจาน และได้นำเป็นผลงานเสนอต่อคณะกรรมการประเมินยุทธศาสตร์ระดับจังหวัดกาฬสินธุ์

       การนำเสนอระดับจังหวัด  

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแกเปะ ได้เป็นตัวแทนของหน่วยบริการปฐมภูมิเมืองและกิ่งดอนจาน  นำเสนอการควบคุมจำนวนลูกน้ำยุงลายโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ต่อคณะกรรมการจัดการความรู้ในระดับจังหวัด 1  ครั้งและทำการกลั่นกรองความรู้ร่วมกับหน่วยบริการอื่น เพื่อใช้เป็น Model หนึ่งในการควบคุมโรคไข้เลือดออกระดับจังหวัด 1 ครั้ง

 

กลเม็ด/เคล็ดลับ

การดำเนินการควบคุมจำนวนลูกน้ำยุงลายโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน   โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแกเปะ อำเภอเมือง  จังหวัดกาฬสินธุ์ สำเร็จลงได้ต้องอาศัยกลเม็ดเคล็ดลับดังต่อไปนี้

 

1.ต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานทุกขั้นตอนของการดำเนินงานตั้งแต่การเสนอปัญหา การวิเคราะห์ปัญหา การหากลวิธีแก้ไขปัญหา การดำเนินการแก้ไขปัญหา และการร่วมประเมินผลการดำเนินงาน โดยเจ้าหน้าที่มีบทบาทเป็นเพียงผู้ให้ข้อคำแนะนำ และสนับสนุนการดำเนินงานของชุมชนเท่านั้น

2.ต้องส่งเสริมให้มีข้อตกลงร่วมกันของชุมชน และเป็นกติกาที่เกิดจากชุมชน ตลอดจนมาตรการทางสังคมต้องเกิดจากมติที่ประชุมประชาคม และมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง

3.ต้องใช้การประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบทั้งผ่านสื่อบุคคล  หอกระจายข่าว และการมีพันธะสัญญาของชุมชน

4.เจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องมีพื้นฐานในการเป็นวิทยากรกระบวนการ และสามารถประยุกต์ใช้กระบวนการจัดการประชุมประชาคมให้ได้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้  และต้องให้ชาวบ้านได้เสนอแนะแนวทางอย่างกว้างขวาง

5.งบประมาณในการสนับสนุนการดำเนินงานต้องมีอย่างเพียงพอ

ปัญหาและอุปสรรค

1.ข้อจำกัดในเรื่องระยะเวลาในการดำเนินงาน เป็นช่วงฤดูกาลทำนา จึงทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมไม่ครบตามเป้าหมาย

2.ปัญหาประชาชนบางส่วนไม่ยอมปฏิบัติตามข้อตกลงทั้งที่ได้ลงลายมือชื่อยอมรับกฎกติกาของชุมชนแล้ว

แนวทางการแก้ไขปัญหา

1.ควรดำเนินการก่อนช่วงฤดูกาลทำนา หรือช่วงเวลาอื่นที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และมีสิ่งจูงใจในการเข้าร่วมประชุม

2.,มีการกำหนดมาตรการเพิ่มเติมที่เกิดจากชุมชนอีกครั้ง หรือให้ผู้นำชุมชนร่วมกระตุ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>